จิตรกรรมฝาผนัง

จิตรกรรมฝาผนังบ้านลาน เป็นภาพวาดอันวิจิตรงดงาม

ที่อยู่
วัดมัชฌิมวิทยาราม หมู่ ๑ ตำบลบ้านลาน อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ๔๐๑๑๐

ผู้รับผิดชอบ
พระครูโชติธรรมสาร เจ้าคณะตำบลบ้านลาน

กิจกรรมที่ดำเนินการ
๑. ภาพจิตรกรรมฝาผนัง
๒. แหล่งเรียนรู้วรรณกรรมอีสาน
๓. แหล่งอบรมคุณธรรมจริยธรรม

 

 
    

อุโบสถวัดมัชฉิมวิทยาราม

    เนื่องจากวัดบ้านลานเป็นวัดที่ก่อตั้งมานานและมีเรื่องราวเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่น่าสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องอุโบสถสีมา หรือ โบสถ์ตามที่ชาวพุทธรู้จักกันดี เป็นสถานที่ที่มีเขตแดน ซึ่งสงฆ์กำหนดไว้เป็นที่ประชุมกันกระทำสังฆกรรมร่วมกัน สำหรับพระภิกษุสงฆ์ หรือเขตชุมนุมของสงฆ์ เพื่อกระทำร่วมกันมีอยู่ ๒ ชนิดคือ

        ๑. พัทธสีมา  คือ โบสถ์ที่ใช้ลูกนิมิตเป็นเขตแดน

        ๒. อพัทธสีมา  คือ โบสถ์ที่ใช้ธรรมชาติ เช่น ต้นไม้เป็นเขตแดน

อุโบสถวัดบ้านลาน   มี ลักษณะเป็นพัทธสีมา คือ ใช้ลูกนิมิตเป็นเครื่องกำหนดเขตแดนตามพุทธานุญาติแล้วนั้น เมื่อจะกำหนดเขตแดน พระสงฆ์จะกำหนดสถานที่ใดมีสีมานั้น จะต้องได้รับอนุญาตจากฝ่ายบ้านเมืองเสียก่อน จึงกระทำการกำหนดเขตได้ โดยใช้ลูกหินเป็นนิมิตหรือเป็นเครื่องหมายกำหนดเขตแดนในแต่ละด้านว่า ทิศตะวันออก ถึงไหน  ทิศตะวันตกถึงไหน เป็นต้น  และมีข้อบังคับสำหรับขนาดของสีมาว่าขนาดเล็กที่สุดจะต้องบรรจุพระได้อย่างต่ำ ๒๑ รูป เพราะสังฆกรรมบางอย่าง (อัพภาน) จะต้องมีภิกษุเข้าร่วมกระทำสังฆกรรมถึง ๒๑ รูป เป็นอย่างต่ำ ส่วนขนาดใหญ่นั้นอนุญาตให้ไม่เกิน ๓ โยชน์

ก่อสร้าง
   อายุของอุโบสถวัดบ้านลานเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจไม่น้อยในปัจจุบัน แต่ก็ยังคลุมเครืออยู่มากเช่นเดียวกัน ผู้เขียนหนังสือได้พยายามสอบถามประวัติความเป็นมาจากท่านผู้มีอายุหลาย ๆ ท่าน แต่ก็ได้คำตอบไปต่าง ๆ นานา  โดยส่วนใหญ่จะกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า อุโบสถนั้นมีอายุยาวนานมาก ไม่สามารถจะบอกได้เพราะตั้งแต่เกิดมาก็เห็นอยู่แล้ว แต่มีท่านที่ได้ยืนยัน คือ หลวงพ่อถวิล ถาวโรค อดีตเป็นเจ้าอาวาสวัดจำปา บ้านสร้างแป้น โดยท่านได้กล่าวว่า อุโบสถวัดบ้านลานได้ก่อสร้างและผูกพัทธสีมา เมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๔๒๗ แต่ด้วยเวลาที่ยาวนานมาก จึงไม่มีผู้ใดสามารถยืนยันการก่อสร้างในช่วงเวลาดังกล่าวได้ อีกนัยหนึ่งซึ่งเป็นที่ยอมรับกันมากที่สุด และเป็นมีความเป็นไปได้สูงคือ การยืนยันจากหนังสือ ทวนความจำซึ่งท่านได้กล่าวไว้ว่า พระอาจารย์ บุญมา  สิริจน.โท ได้นำพาภิกษะสามเณร ก่อสร้างอุโบสถขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๗๐

      มีเหตุผลและคำยืนยันมากายที่สนับสนุนการก่อสร้างในช่วงเวลานี้ หนึ่งในนั้นคือ คำบอกเล่าของพระครูโชติธรรมสา เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน ซึ่งท่านได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อครั้งที่อุโบสถยังไม่เป็นที่สนใจของสาธารณะชนมากเหมือนปัจจุบัน และท่านมีแนวคิดในการที่จะปรับปรุงผนังด้านในของอุโบสถ ท่านได้อ่านเจอข้อความที่เข้าใจว่าเป็นพระบุญมา  สิริจน.โท ได้เขียนไว้หลังทำการก่อสร้างเสร็จ ซึ่งพอจะจับใจความได้ว่า " ข้าพเจ้า พระบุญมา  สิริจน.โท พร้อมชาวบ้านลานมีศรัทธาสร้างถวาย" จึงเป็นที่แน่ชัดและเป็นการยืนยันที่น่าเชื่อถือได้ที่สุด

จิตรกรรมฝาผนัง

      
ทั้งนี้ไม่มีการยืนยันเกี่ยวกับภาพวาดครอบนอกอุโบสถว่ามีการเขียนขึ้นในปีใด แต่โดยส่วนมากมักพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า จิตรกรรมฝาผนัง ถูกเขียนขึ้นในปีเดียวกันกับที่มีการสร้างโบสถ์ กล่าวคือ เมื่อได้สร้างโบสถ์เสร็จก็ได้มีการ เขียนภาพต่อเลยทันที

      จิตรกรรมฝาผนังเป็นภาพวาดเรื่องราว มหาชาติ พระเวสสันดรชาดก อันชาวพุทธเราเชื่อว่าเป็นชาติสุดท้ายของพระพุทธเจ้าก่อนที่พะองค์จะประสูติเป็นเจ้าชายสิทธัตถะและตรัสรู้เป็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าในกาลต่อมา พระเวสสันดรชาดก ๑๓ กันฑ์  เป็นเรื่องราวที่กล่าวถึงการบำเพ็ญทานบารมี อันเราท่านที่เป็นพุทธศาสนิชนได้ทราบเรื่องราวอยู่ไม่มากก็น้อย

      โดยเรื่องราว  พระเวสสันดร  ถูกถ่ายทอดออกมาจนเป็นจิตรกรรมฝาผนังอันล้ำค่าในทุกวันนี้ เป็นฝีมือของ พ่อสุวรรณ  ปีวสาร (อ่านว่า ปี-วะ-สาน)  ซึ่งท่านเป็นชาวจังหวัดร้อยเอ็ด มาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านหินตั้งหลังสิ้นสงครามโลกครั้งที่ ๒ ทราบอีกด้วยว่า ท่านเป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งของ จำลอง  ดาวเรือง ผู้มีชื่อเสียงท่านหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย (พระสุเรียง จิรสีโล บุตรชายพ่อสุวรรณเป็นผู้ให้ข้อมูล) อีกท่านที่ร่วมกันวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังคือ พ่อลี  แสนทวี  ซึ่งท่านทั้งสองเป็นนักจิตรกรที่มีฝีมือมากที่สุดท่านหนึ่งในยุคสมัยนั้น ก่อนที่กรมศิลปากร จะบรรจุเข้าเป็นโบราณสถาน ในวันที่ ๒๐  มีนาคม ๒๕๔๔ ทำให้ปัจจุบันจิตรกรรมฝาผนังและความเป็นมาของวัดมัชฉิมวิทยารามได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง

                                                                                                     
                                                                                                                         ขอบคุณข้อมูลจาก
                                                                                                                  หนังสือ ประวัติวัดมัชฉิมวิทยาราม
                                                                                                จากหนังสือทวนความจำ พระครูสุเมธวิหารการ (วิหาร สุเมโธ)

                


  • sira1.jpg
    หินลาดอ่างศิลา ตั้งอยู่ในบ้านดอนเงิน หมู่ที่ ๘ ตำบลบ้านลาน อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งตั้งอยู่ในสำนักสงฆ์ศรีโสภาอ่างศิลาธรรมสถาน บ้านดอนเงิน โดยเป็นแอ่งน้ำขนาดกลางหลายแอ่งกระจ...
Visitors: 41,119